ประวัติองค์กร

คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

พ.ศ. 2559 18 มกราคม

สถาปนาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

  • สถาปนาตาม พ.ร.บ. ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. 2559
  • ทรงมีพระดำริจัดทำโครงการ "ศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์" (400 เตียง)
พ.ศ. 2560

การเริ่มต้นจัดการศึกษา

  • เปิดสอนหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต และรังสีเทคนิค
  • จัดตั้ง "โรงเรียนนักอัลตราซาวด์ทางการแพทย์"
พ.ศ. 2561

จัดตั้งคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ

  • เปิดสอนหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสัทภาพการแพทย์
  • แต่งตั้ง ศ.พญ. จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ เป็นคณบดี
  • จัดตั้ง "โรงเรียนรังสีเทคนิค" และ "โรงเรียนวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพ"
พ.ศ. 2562 10 พฤษภาคม

จัดตั้งศูนย์ภาพวินิจฉัยฯ

  • จัดตั้ง "ศูนย์ภาพวินิจฉัยและร่วมรักษาเพื่อปวงชน"
พ.ศ. 2563

ปรับปรุงโครงสร้างและการบริหารงาน

  • จัดตั้ง "โรงเรียนฉุกเฉินการแพทย์" (ต่อมาเปลี่ยนเป็น โรงเรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์)
  • จัดตั้ง "โรงเรียนนวัตกรรมการบริหารจัดการสถานพยาบาล"
  • โอนย้ายศูนย์ภาพวินิจฉัยฯ ไปสังกัดโรงพยาบาลจุฬาภรณ์
พ.ศ. 2568 3 มกราคม

ประกาศจัดตั้งส่วนงานเป็น 7 ส่วนงาน

  • แบ่งส่วนงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ใหม่ออกเป็น 7 ส่วนงาน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
พ.ศ. 2569 20 มกราคม

การขยายส่วนงานใหม่

  • รองรับการจัดตั้ง "คณะวิศวกรรมศาสตร์" และ "คณะนวัตกรรมอาหารและโภชนาการ"

👑 พระวิสัยทัศน์และพระปณิธาน

ด้วยพระวิสัยทัศน์และพระปณิธานอันแน่วแน่ของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงมุ่งหวังตั้งพระทัยให้ประชาชน “มีสุขภาพที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ได้มาตรฐาน” ทรงสถาปนา “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์” ขึ้น ตามพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในปีพุทธศักราช 2559 เพื่อเป็นสถาบันการศึกษาและการวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การแพทย์ การสาธารณสุข และให้บริการสุขภาพและบริการทางการแพทย์ตามมาตรฐานสากลแก่ประชาชนอย่างไม่หวังผลกำไร โดยเฉพาะผู้ยากไร้และด้อยโอกาส เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทั้งประเทศ ภายใต้ปรัชญา "เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต"

โดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี มีพันธกิจดำเนินงานหลัก 6 ด้าน ประกอบด้วย

  • 1. การจัดการศึกษาเพื่อสร้างบัณฑิตที่เป็นผู้นำและนักวิจัยทางวิชาชีพด้านสุขภาพ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการแพทย์ การสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
  • 2. วิจัย สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านสุขภาพที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศและสังคม
  • 3. ให้บริการวิชาการและวิชาชีพด้านสุขภาพที่เป็นเลิศ และเป็นธรรมแก่สังคมด้วยความเสมอภาคและไม่เหลื่อมล้ำ
  • 4. บริหารจัดการให้เป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ และมีการพัฒนาต่อเนื่องยั่งยืนให้เป็นสถาบันที่เป็นเลิศในระดับสากล
  • 5. สืบสานและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ศาสนา ศีลธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น
  • 6. สืบสานพระปณิธานในการช่วยเหลือประชาชน ด้วยความเพียรและจิตเมตตา

📅 ลำดับเหตุการณ์สำคัญ

พ.ศ.2559: ทรงมีพระดำริให้จัดทำโครงการ“ศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์” ซึ่งเป็นส่วนขยายของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียงขึ้น ให้เป็นสถาบันอุดมศึกษา สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2559 เพื่อทำหน้าที่ผลิตบุคลากรทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์การแพทย์และการสาธารณสุข

พ.ศ.2560: วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ จัดการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต และหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิตสาขาวิชารังสีเทคนิค และวันที่ 14 มีนาคม 2560 ได้จัดตั้ง "โรงเรียนนักอัลตราซาวด์ทางการแพทย์" ขึ้น เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้มีความรู้ ทักษะและความเชี่ยวชาญในการถ่ายภาพด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ตามมาตรฐานสากล

พ.ศ.2561: วันที่ 12 ตุลาคม 2561 สภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีมติให้จัดตั้ง "คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ" ขึ้นเป็นหน่วยงานภายในสังกัดวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ และแต่งตั้ง ศาสตราจารย์ แพทย์หญิง จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ ให้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีฯ Subsequently ในวันที่ 13 ธันวาคม 2561 ได้มีการโอนโรงเรียนนักอัลตราซาวด์ทางการแพทย์ฯ พร้อมทั้งจัดตั้ง "โรงเรียนรังสีเทคนิค" และ "โรงเรียนวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพ" ขึ้น

พ.ศ.2562: วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 สภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีมติเห็นชอบให้จัดตั้ง "ศูนย์ภาพวินิจฉัยและร่วมรักษาเพื่อปวงชน" (Diagnostic Imaging and Image-guided Therapy Center for the People) ขึ้นเป็นหน่วยงานภายในสังกัดคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ

พ.ศ.2563: มีการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การจัดตั้ง "โรงเรียนฉุกเฉินการแพทย์" (17 ม.ค.), การจัดตั้ง "โรงเรียนนวัตกรรมการบริหารจัดการสถานพยาบาล" และปรับเปลี่ยนชื่อโรงเรียนฉุกเฉินการแพทย์เป็น "โรงเรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์" (21 เม.ย.), และการโอนย้ายศูนย์ภาพวินิจฉัยและร่วมรักษาเพื่อปวงชนไปสังกัดโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ (21 พ.ย.)

พ.ศ.2568: ในวันที่ 3 มกราคม 2568 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ออกประกาศแบ่งส่วนงานใหม่ออกเป็น 7 ส่วนงาน เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับพระปณิธาน วิสัยทัศน์ และพันธกิจขององค์กร ประกอบด้วย 1) สำนักงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 2) วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ 3) โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ 4) คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ 5) คณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี 6) คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน และ 7) คณะวิทยาศาสตร์

พ.ศ.2569: ในวันที่ 20 มกราคม 2569 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ออกประกาศ เรื่อง การจัดตั้งส่วนงานและกำหนดหน้าที่ส่วนงานของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ 2) เพื่อรองรับการจัดตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะนวัตกรรมอาหารและโภชนาการ

🎯 พันธกิจและโครงสร้างปัจจุบัน

คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ มีหน้าที่จัดการศึกษาในระดับต่าง ๆ เพื่อผลิตบัณฑิตและพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ รวมถึงให้บริการวิชาการ ทำการวิจัยและสร้างนวัตกรรม โดยมุ่งเน้นการสร้างบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพที่ขาดแคลน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประเทศและช่วยดูแลส่งเสริมสุขภาพของคนไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทห่างไกล

ในการบริหารงานได้แบ่งโครงสร้างการบริหารงานของคณะภายใต้การกำกับดูแลของคณบดี มีการแบ่งหน่วยงานออกเป็น 6 โรงเรียน และ 1 สำนักงาน ดังนี้:

  • 1. โรงเรียนรังสีเทคนิค
  • 2. โรงเรียนนักอัลตราซาวด์ทางการแพทย์
  • 3. โรงเรียนวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพ
  • 4. โรงเรียนนวัตกรรมการบริหารจัดการสถานพยาบาล
  • 5. โรงเรียนนักฉุกเฉินการแพทย์
  • 6. โรงเรียนบูรณาการการศึกษาแนวใหม่และบัณฑิตศึกษา
  • 7. สำนักงานคณบดี (ประกอบด้วย 5 กลุ่มงาน)

📌 โครงสร้างการบริหารปัจจุบัน คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ

แบ่งออกเป็น 6 โรงเรียน และ 1 สำนักงาน ดังนี้:

1. โรงเรียนรังสีเทคนิค
2. โรงเรียนนักอัลตราซาวด์ทางการแพทย์
3. โรงเรียนวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพ
4. โรงเรียนนวัตกรรมการบริหารจัดการสถานพยาบาล
5. โรงเรียนนักฉุกเฉินการแพทย์
6. โรงเรียนบูรณาการการศึกษาแนวใหม่และบัณฑิตศึกษา
7. สำนักงานคณบดี ประกอบด้วย 5 กลุ่มงาน:
  • งานบริหารการศึกษา
  • งานนโยบายแผนยุทธศาสตร์และงบประมาณ
  • งานวิจัย นวัตกรรม และวิเทศสัมพันธ์
  • งานบริการวิชาการและวิชาชีพ
  • งานบริหารและธุรการ